เตาอบหนึ่งเตา กาต้มน้ำหนึ่งใบ กับไข่มุกที่เยอะเกินไปหน่อย
noffy คือคนสองคน ครัวขนาด 4 ตร.ม. และมุมหนึ่งของซอยอารีย์ 1 มิ้นท์อบขนม เต้ชงชา เราเปิดร้านเมื่อปี 2566 ด้วยเตาอบมือสองหนึ่งเตา หม้อต้มไข่มุกหนึ่งใบ และความเชื่อว่าเบเกอรี่กับบาร์ชาไข่มุกควรอยู่ในห้องเดียวกัน
ทำไมต้องขนมปังกับชาไข่มุก?
เพราะนั่นคือของที่เรากินมาตั้งแต่เด็ก ขนมปังเนยร้อน ๆ จากร้านเบเกอรี่หัวมุม กับชาเย็นใส่ถุงระหว่างเดินไปโรงเรียน ร้านส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ให้เลือกได้อย่างเดียว แต่เราไม่อยากให้ต้องเลือก
ทำไมร้านเล็กจัง?
เตาเล็กหมายถึงอบทีละน้อย และอบทีละน้อยหมายถึงไม่มีอะไรวางค้าง เรายอมขายหมดตอนบ่ายสี่ ดีกว่าขายครัวซองต์ของเมื่อวานให้คุณ ขนมค้างคืนลดครึ่งราคาตอนหกโมงเย็น — หรือกลายเป็นครัวซองต์อัลมอนด์ของวันพรุ่งนี้
เส้นทางที่ผ่านมา
- 2566
เปิดร้านที่ซอยอารีย์ 1 ด้วยเตาอบหนึ่งเตาและเมนูแค่สี่อย่าง บันเนยหมดเกลี้ยงตั้งแต่เก้าโมง
- 2567
เปิดบาร์ชา เราเริ่มเคี่ยวไข่มุกเองหลังจากทนไข่มุกแช่แข็งมาได้เดือนเดียว
- 2568
เตาอบเตาที่สอง ครัวซองต์จึงได้ขึ้นถาดเสียที ส่วนครัวซองต์ชาไทยครีมชีสเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
- 2569
เว็บไซต์นี้ ระบบสั่งแล้วมารับ และเค้กทั้งก้อนแบบสั่งล่วงหน้า ยังคงมีกันแค่สองคน ยังอยู่มุมเดิม
สิ่งที่เรายึดถือ
สดใหม่ ไม่เน้นสต็อก
อบวันละสามรอบ ไข่มุกใหม่ทุกสี่ชั่วโมง ไม่มีของแช่แข็ง ไม่มีของเมื่อวานขายราคาเต็ม
วัตถุดิบของจริง
ใบชาแท้ ไม่ใช่ผง น้ำตาลทรายแดง ไม่ใช่ไซรัปจากขวดปั๊ม นมสดจากสระบุรี แป้งจากโรงสีที่เราเคยไปเห็นมาแล้ว
ใจดีกับคนในซอย
แก้วย่อยสลายได้ ลด ฿10 เมื่อนำแก้วมาเอง และบันที่เหลือตอนปิดร้านเราส่งต่อให้วัดข้าง ๆ
เราสองคน
มิ้นท์
คนอบขนม
ตื่นตีสี่ครึ่ง พร้อมเล่าเรื่องการพับแป้งพับเนยได้นานเท่าที่คุณอยากฟัง
เต้
คนชงชา
ดูแลกาต้มน้ำและหม้อไข่มุก ดื่มชาไข่มุกของตัวเองที่หวาน 25%